2009/Dec/26

วันนี้ ผมนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ประชาชาติ แล้วเจอเรื่องที่น่าสนใจ ที่เกี่ยวข้องการตลาดโดยตรง

นั้นก็คือ เกาะ 10 เทรนด์ ผู้บริโภค ปีเสือ (เป็นเทรนด์ทั่วโลกนะครับ ไม่ใช่ของบ้านเราที่เดียว)  

ผมได้สรุปและรวบรวมไว้ดังนี้ครับ...

 

1. CG Trend

    ผมคิดว่าหลายๆ ท่านคงเคยได้ยินคำว่า บรรษัทภิบาล ซึ่งคำนี้มาจากภาษาอังกฤษ Corporate Governance เรียกย่อว่า CG ครั้งแรกที่ผมได้ยินเกี่ยวกับ บรรษัทภิบาล เล่นเอางงครับ ต้องหาแปล ไทยเป็นไทย อีกรอบ แล้วก็ได้คำตอบว่า บรรษัทภิบาลคือ การที่บริษัทให้ความสำคัญกับความโปร่งใสและซื่อสัตย์ ซึ่งบุคคลภายในและภายนอกสามารถตรวจสอบบริษัทได้ตลอดเวลา

เทรนด์นี้ มาจากการที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในช่วงหลายปีนี้ เพราะจากการวิเคราะห์ถึงต้นตอปัญหาแล้ว มาจากการที่บริษัทหลายบริษัทโลภมาก ไม่โปร่งใส และซื่อสัตย์ ทำให้เกิดวิกฤษขึ้น ไม่ว่าจะไล่มาตั้งแต่ วิกฤตซับไพรม์ที่อเมริกา วิกฤตดูไบ จนมาถึงวิกฤตกรีซ

ดังนั้นปีหน้า บริษัทไหนทำ CG ได้ดีและสื่อสารออกมาได้ ก็คงได้ไปอยู่ในใจผู้บริโภคปีหน้าแน่นอนครับ

2. City Trend

เทรนด์นี้ มาจากการที่สมัยปัจจุบัน ผู้คนอาศัยอยู่ในเขตเมืองกันเยอะมากกว่าเขตชนบท ซึ่งคนในเขตเมือง มักจะชื่นชอบความทันสมัย กล้าแสดงออก ชอบความท้าทาย และมีความต้องการเฉพาะตัวมากขึ้น

ความทันสมัย (ซึ่งคงเป็นเทรนด์ของทุกปี เพราะผู้คนไม่ชอบความจำเจ) และความต้องการเฉพาะเช่น สินค้ารุ่น Limited Edition ต่างๆ จะมา โดยอิงกับ City ต่างๆ เช่น Absolut วอดก้า ออก Cities Series รสชาติเฉพาะ นิวออร์ลีนส์ ลอสแอนเจอรีส และบอสตัน

ลองเอามาใช้กั[บ้านเรา คงได้ เบียร์สิงห์ Bangkokหรือ ถ้า Hot หน่อย ก็ เบียร์สิงห์ Pai (จะ work ไหมเนี้ย แต่คงเรียกเสียงฮือฮา ได้พอสมควร)

3. Real Time Trend

แน่นอนว่า Twitter และ Facebook ร้อนแรงมากๆ ในขณะนี้ ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่และไม่รู้จบ ที่ผู้บริโภคสามารถถามและหาข้อมูลที่ต้องการได้แบบ Real Time

เทรนด์นี้ ถ้ามาประยุกต์ใช้ดีๆ จะเป็นการทำ Marketing ที่ต้นทุนต่ำมากและสามารถเข้าได้ถึงกลุ่มคนแบบเฉพาะเจาะจงได้เลยทีเดียว สิ่งที่ยากคงอยู่ที่คนดูแล เพราถ้าหัวไม่ Creative และ Socialized แล้วละก็ เกิดยาก

4. Luxury Trend

เทรนด์หรูจะกลับมา หลังยุควิกฤต แต่เป็นหรูแบบพิเศษ เฉพาะเจาะจง เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนตัวมากขึ้น

สรุปก็คือ หรูแบบ Exclusive แปลว่า หรูแบบไม่เกลื่อน หายากนิดนึง

5. Online Trend

เทรนด์ประมาณว่า ชีวิต Online จะมาบรรจบกับชีวิตจริงมากขึ้น เช่นการจองตั๋วเครื่องบินผ่านเวบไซด์ และการทำธุรกรรมการเงินแบบ Online เป็นต้น รวมถึงการมีเพื่อนที่จะคบหากันจริงจัง ผ่าน Social Network ต่างๆ

ถ้าให้ผมมอง เทรนด์นี้ ควรเน้นที่ Social Network ธุรกิจที่ผมเห็นในไทยว่า Success ในเทรนด์นี้ที่สุดคือ พวก Vehicle Club ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น มอเตอร์ไซด์ รถยนต์ เช่น Honda Jazz Club, Toyota Fortuner Club พวกนี้เค้าจริงจังกันนะครับ มีเจอกันในโลก Offline บ่อยๆ มีกิจกรรมต่างๆ มากมาย และกลายเป็นแฟนพันธ์แท้ของยี่ห้อรถยนต์ มอเตอร์ไซด์ต่างๆ กันเลยทีเดียว

ซึ่งมันก็คือเรื่อง Lifestyles ตาม AIO Model (Activity, Interest, Opinion) ในหัวข้อ Interest (ความสนใจ) เดียวกันนั้นเอง

6. Green Trend

ทุกท่านคงทราบว่า เทรนด์สีเขียว คือเทรนด์รักษ์โลกต่างๆ ฮิตสุดคงไม่หนี เทรนด์โลกร้อน

มีธุรกิจมากมายประยุกต์ใช้กันแบบกำปั้นทุบดิน เช่นโรงแรมมักอ้างว่า ไม่ซักผ้าเช็ดตัว เป็นการช่วยลดโลกร้อน

ถ้าอย่างนั้น บ้านเราเอามาประยุกต์ คงเป็น ไม่ชุมนุม ช่วยลดโลกร้อน... 555

7. Tracking & Warning Trend

เทรนด์แห่งการตามรอยและแจ้งเตือน

คงประมาณพวก SMS และ E-mail แจ้งข้อมูลต่างๆ เช่น การโอนเงิน ที่สามารถแจ้งเตือนผ่าน SMS และ E-mail

ส่วนการตามรอย คงเป็นพวก GPS (อันนี้ ส่วนตัวไม่เห็นด้วยครับ เพราะมัน Break Privacy ของคนจริงๆ โดยเฉพาะการแอบหนีแฟน ไปเที่ยวกับเพื่อน T T)

8. Donation Trend

เทรนด์บริจาคต่างๆ จะบริจาคหลอดไฟ บริจาคหนังสือ บริจาคยา... 

บริจาคอะไรก็ได้ ที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ของตน

บ้านเรามีมานาน จนเบื่อกันแล้วครับ อย่างเบียร์ช้างบริจาคผ้าห่มคนดอย เป็นต้น

9. Personal Infomation Trend

เทรนด์อันนี้ ก็หมายถึงพวก Facebook, Twitter, My Space ที่แต่ละคนก็เอาข้อมูลของตนขึ้นมาโชว์ 

พวกบริษัทต่างๆ ก็สามารถนำข้อมูลเหล่านี้ไปใช่ได้

จริงๆ แล้ว Blog ก็จัดอยู่ในเทรนด์นี้ เพียงแต่ไม่พูดถึง เพราะ Hit ไปแล้วช่วงหนึ่ง

10. Smart Trend

ผู้บริโภคจะฉลาดมากขึ้น ทั้งในการหาข้อมูลต่างๆ จากโลก Online และจะเปิดใจรับได้กับสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด นวัตกรรม ไอเดีย และสิ่งแปลกใหม่ต่างๆ

เทรนด์นี้ ผมเห็นด้วยว่า ปีหน้าและปีถัดๆ ไป แบรนด์ต่างๆ จะแข่งกันที่เรื่องของ Idea ที่แรง แปลก และไม่เคยมีมาก่อน เพราะโลกยุคหน้า การติดต่อสื่อสารจะเชื่อมต่อกันหมด เพราะฉะนั้น ใครเสนออะไร โดนใจออกมา ก็จะมีคนช่วยโฆษณา ประชาสัมพันธ์ให้ แบบไม่คิดตังค์   

 

จบแล้วครับ หวังว่าเพื่อนๆ คงนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้บ้าง ไม่มากก็น้อยนะครับ

 William Jump ^^

ปล. ขอขอบคุณ เพื่อนๆ หลายท่าน ที่ติดตาม Blog นี้ โดยเฉพาะคุณ Jezzie ที่เจอกันใน Facebook ทำให้ผมรู้ว่า Blog นี้ ก็มีคนอ่านด้วย 555 และขอขอบคุณ คุณซูเนโอะ เช่นเดียวกันที่ติดตาม Blog ผมมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผมมีกำลังใจ Up Blog ขึ้นเยอะครับ ^^

Comment

Comment:

Tweet


ขอบคุณครับ คุณ Dew ^^
#3 by Wikran M. At 2009-12-28 08:41,
อ่านบล๊อกคุณ William Jump มาโดยตลอด
(ถึงกับแอดไว้ใน fav.) ชอบค่ะ เพียแต่ไม่ค่อยได้คอมเม้นท์ ขอบคุณที่เขียนบล๊อกดีๆแบบนี้นะคะ big smile
#2 by ►► my-autumn ◄◄ At 2009-12-26 22:47,
Online Trend

ดูจะเป็นรูปธรรมกว่าชาวบ้านเค้าสุดและsad smile
#1 by PICK At 2009-12-26 21:28,